ท่าดีใจสุดคลาสสิคของนักเตะพรีเมียร์ลีกในตำนาน

ฟุตบอลถือว่าเป็นกีฬาที่ไม่ต้องใช้ความเข้าใจก็สามารถรับชมได้อย่างสนุสนาน เพราะกติกาหลักก็มีเพียงทำเกมอย่างไรก็ได้ให้ใครสักคนในทีมสามารถทำประตูใส่ฝั่งตรงข้ามให้ได้จำนวนที่มากกว่าก็จะกลายเป็นผู้ชนะไปในที่สุด แต่ทว่าด้วยจำนวนผู้เล่นในสนามถึงฝั่งละ 11 คนทำให้กว่าจะได้มาสักประตูภายในเวลา 90 นาทีกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นมา จนทุกครั้งที่มีการทำประตูได้เราจึงจะเห็นการดีใจอย่างสุดเหวี่ยงของผู้เล่น ซึ่งท่าดีใจของหลายคนก็จะเป็นไปตามอารมณ์ของคนนั้น ๆ แต่สำหรับนักเตะบางคนจะมีท่าดีใจเฉพาะตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นท่าของอลัน เชียร์เรอร์ การตีลังกาของนักเตะมากมาย หรือการดีใจท่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแต่ถูกจดจำไปตลาดกาล

ดีใจครั้งเดียวจดจำไปตลาดกาล

ท่าดีใจสุดคลาสสิกหลายครั้งมักจะมาจากเหตุการณ์สำคัญ ๆ อย่างการโชว์เสื้อของมาริโอ บาโลเตลลี่ที่ถกเสื้อที่มีข้อความเขียนว่า “ทำไมต้องเป็นผม” หลังจากที่เจ้าตัวโดนสื่อมวลชนตามทำข่าวที่เกี่ยวกับพฤติกรรมห่าม ๆ ของเขาจนเสียชื่อเสียงตลอดเวลาแม้ว่าเขาจะแค่เล่นกับเพื่อนเท่านั้นเอง ในเกมที่เขาทำประตูให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เจอกับคู่แข่งร่วมเมืองอย่างแมนยู หรือการฉลองของเอริค คันโตน่ากองหน้าระดับตำนานของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่กระดกบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงามแล้วยืนท้าวเอวกันไปมองแฟน ๆ รอบสนามจนเป็นปรากฏการณ์ที่ใคร ๆ ก็อยากจะเท่แบบคันโตน่าบ้าง

ส่วนการดีใจที่ถึงกับต้องถูกลงโทษในภายหลังก็มีเช่นกัน ดังกรณีของร็อบบี้ ฟาวเลอร์กองหน้าระดับพระเจ้าของลิเวอร์พูลในขณะนั้นที่ไปดีใจด้วยท่าพิสดารอย่างการทำท่าดมเส้นขอบสนามเสมือนว่ากำลังใช้สารเสพติดอยู่นั่นเอง เหตุผลที่เขาทำไปแบบนั้นก็เพราะมีการเต้าข่าวว่าเขาใช้สารเสพติดนั่นเอง ทำให้เขาต้องการทำท่าประชดนักข่าวทั้งหลายที่เขียนข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเขา แต่ทว่าทางสมาคมฟุตบอลไม่ตลกด้วย ถึงกับสั่งให้เขาห้ามลงเล่นถึง 4 นัดเลยทีเดียว

ท่าดีใจของนักเตะระดับตำนาน

อลัน เชียร์เรอร์ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษและสโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดถือเป็นนักเตะคนนึงที่มีท่าดีใจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนจำและลอกเลียนแบบได้ง่าย ๆ ก็เพราะทุกครั้งที่เขาทำประตูได้เขามักจะวิ่งชูมือข้างหนึ่งเสมอ ซึ่งเจ้าตัวก็เคยให้สัมภาษณ์อย่างเรียบง่ายว่า เขาดีใจแบบนั้นเพราะจะได้ไม่ต้องคิดท่าอื่น ๆ นั่นเอง แล้วมันก็ติดตัวไปจนกลายเป็นเอกลักษณ์ถึงปัจจุบัน และแฟนก็ยังจำได้ดีส่วนหนึ่งก็เพราะเขาคือนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดตลอดการของพรีเมียร์ลีกนั่นเอง ทำให้เราเห็นเขาวิ่งดีใจจนชินตาในที่สุด

ส่วนท่าดีใจที่ยอดนิยมแบบหนึ่งเลยก็คือการตีลังกานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการตีลังกายิงปืนของร็อบบี้ คีนกองหน้าชาวไอร์แลนด์ หรือตีลังกาหลายตลบของนานี่ ปีกตัวจี๊ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจนบางครั้งทำเอาผู้จัดการทีมอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันไม่พอใจอยู่เหมือนกัน

ไม่ว่าการดีใจจะเป็นไปด้วยรูปแบบไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเกมฟุตบอลก็คือการเอาชนะคู่แข่งให้ได้นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่บางครั้งหากทีมที่ตามหลังอยู่จะทำได้แค่เพียงวิ่งไปเอาลูกบอลมาตั้งเตะต่อให้ไวที่สุด หรือการดีใจแบบสุดเหวี่ยงในช่วงท้ายเกมเพื่อถ่วงเวลาออกไปให้นานที่สุด ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่ต้องมีสักช่วงเวลาหนึ่งที่เลียนแบบนักเตะที่ชื่นชอบเวลาลงแข่งในสนามเช่นกัน และสืบทอดท่าดีใจกันตำนานกันต่อไป

Marie King

Related posts