นั่งจิบกาแฟสไตล์ “Slow Life” ชีวิตสุดชิลที่คนยุคปัจจุบันใฝ่ฝัน

ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างมีแต่ความเร่งรีบ และการแข่งขัน เศรษฐกิจบ้านเมืองค่อนข้างไม่ดีสักเท่าไหร่ สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประชาชนคนธรรมดาทั่วไป ทำให้จำเป็นต้องมีความกระตือรือร้นและดีดตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อที่จะแข่งขันกับเวลาและคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนสามารถที่จะได้อยู่รอดในสังคมได้อย่างเป็นสุข เมื่อมีความคิดหรือวิถีชีวิตแง่ลบต่อสังคมแล้ว ย่อมมีความคิดและวิถีชีวิตที่ตรงข้ามกัน จึงทำให้เกิดเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตอีกรูปแบบที่เราเรียกกันว่า “Slow life” ซึ่งถูกพูดถึงให้เป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่คนใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุดในยุคปัจจุบัน

การมีชีวิตแบบ “Slow Life” ช่วยให้คนรักกันมากขึ้นจริงเหรอ

หากมองดูดี ๆ ความหมายของการใช้ชีวิตแบบ “Slow Life” นั้นคือ การที่เรารู้จักที่จะพึ่งพาตัวเอง ยืนหยัดด้วยตัวเอง และใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ ค่อย ๆ ก้าวไปอย่างช้า ๆ และมั่นคง เพื่อสร้างสมดุลในการเผชิญสิ่งต่าง ๆ ด้วยความผิดพลาดที่น้อยที่สุด ไม่ลุ่มหลงหรือต้องเร่งรีบไปกับกระแสของสังคม และไม่ต้องใช้ชีวิตแข่งขันกับใคร ซึ่งในตอนแรก ผู้คนยุคปัจจุบันที่เป็นคนเมือง หรือพนักงานออฟฟิศได้ฟังเรื่องนี้ อาจจะถอนหายใจเบือนหน้าหนี เพราะไม่ใช่วิถีชีวิตที่ใคร ๆ ก็สามารถมีได้ มันเหมาะสำหรับคนที่มีทุนในชีวิตมาก มีอิสรภาพทางการเงินอยู่แล้ว สามารถที่จะใช้ชีวิตกับไปความสุขสบายแบบนี้ได้ แต่จริง ๆ แล้วชีวิตแบบ slow life นั้น ทุกคนสามารถทำได้ และสามารถมีความสุขมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ตัวอย่าง เช่น

-รู้จักตั้งสติ ในเช้าตรู่ของทุก ๆ วัน เราต่างมีเรื่องให้คิดให้ทำมากมายแตกต่างกันไป การมีสติที่จะลำดับความคิด ความสำคัญต่าง ๆ  ว่าอันไหนควรทำก่อน ทำหลัง เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ สามารถช่วยให้เราวางแผนจัดการกับทุก ๆ อย่างได้อย่างง่ายดายขึ้น รวมไปถึงให้เรามีสมาธิตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จไปได้อย่างลุล่วง

-อย่าจ้องหน้าจอมากไป ฟังดูแล้วเป็นคำเตือนง่าย ๆ แต่ยากที่จะทำ เพราะแน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องให้ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ หรือจับโทรศัพท์ขึ้นมาพิมได้เสมอ หากจ้องนาน ๆ นอกจากสายตาคุณจะเสียเร็วแล้ว ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้างก็พลอยจะห่างเหินไปได้อีกด้วย เนื่องจากในยุคที่ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้ผ่านหน้าจอ เราเลือกที่จะพิมพ์คุยกันมากกว่าจะหันมาคุยกัน หากลองพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปิดโทรศัพท์ ละหันมาใส่ใจคนรอบตัวคุณดูบ้าง แล้วชีวิตจะมีความสุขมากขึ้นอีกเยอะ

                -ธรรมชาติจะเยียวยาคุณเอง สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้านั้นสามารถทำให้เราผ่อนคลายได้จริง ๆ ลองหาเวลาว่างจากการทำงานที่เครียด แล้วพาคนที่คุณรักไปผ่อนคลายกัน เที่ยวชมธรรมชาติ ไม่เพียงแต่จะทำเป็นการพักสายตาจากความเหนื่อยล้าในการทำงานแล้ว ยังช่วยเติมความหวานให้กับคนที่คุณรักอีกด้วย

-หัดมองโลกในแง่บวก โลกเราอะไรหลาย ๆ อย่างไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด แต่เราสามารถที่จะทำให้ตัวเราเป็นคนคิดบวกได้ ให้กำลังใจตัวเอง หากเจอสิ่งที่ท้อ หรือทำไรพลาดพลั้งไป ลองหยุดคิดทุกอย่างสักครู่ และปล่อบให้เป็นบทเรียนในการใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น และการเป็นคนคิดบวกก็ยังสามารถช่วยเพิ่มพลังความคิดบวกให้กับผู้อื่นอีกด้วย

ที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นเป็นเพียงตัวอย่างของจากใช้ชีวิตแบบ slow life ที่มีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนเมืองหรือพนักงานออฟฟิศอย่างเรา ๆ รวมไปถึงส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของเรากับบุคคลรอบข้างให้ดีขึ้นอีกด้วย

เทรนด์การใช้ชีวิตแบบ “Slow Life” นั้นเป็นเพียงรูปแบบการใช้ชีวิตนึงเท่านั้น อยากจะ ดำเนินชีวิตแบบ ช้าๆ หรือเร็ว ๆ ก็หากแต่ใจคุณอยากจะเป็น เพียงแค่คุณลองปรับเปลี่ยนมุมมองชีวิตดู คุณก็จะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างมากยิ่งขึ้น

 

Marie King

Related posts