ภาพสะท้อนจาก “ข้างหลังภาพ” นวนิยายรักอมตะกับค่านิยมเรื่องความรัก และการหลีกหนีจากขนบ

นวนิยายเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ประพันธ์โดยศรีบูรพา หรือกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนวนิยายรักอมตะที่ตราตรึงในใจของผู้คนทุกยุคทุกสมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นนวนิยายที่ทรงคุณค่า ทั้งในด้านเนื้อหา กลวิธีการแต่ง การเล่าเรื่อง การดำเนินเรื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาที่ทั้งสะเทือนใจและเข้าถึงอารมณ์ของผู้อ่าน ซึ่งนวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้เป็นนิยายรักเสียทีเดียว แต่เป็นนวนิยายที่ให้อารมณ์ด้าน “โศกนาฏกรรมความรัก” ที่บาดลึกถึงห้วงหัวใจของผู้อ่านด้วยถ้อยคำภาษาที่ผู้เขียนได้รังสรรค์ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงแง่มุมทางความคิดบางอย่างที่พยายามจะหลุดออกจากกรอบสังคม ที่ห้อมล้อมด้วยขนบดั้งเดิม จึงทำให้นิยายเรื่องนี้น่าสนใจที่จะหยิบยกมาพูดถึง

เรื่องราวของกีรติและนพพร กับความรักที่แอบซ่อนอยู่ “ข้างหลัง” ที่ไม่อาจเปิดเผย

นวนิยายเรื่องนี้ ได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างนพพร และ หม่อมราชวงศ์กีรติ ซึ่งนพพรอายุเพียง 22 ปี ส่วนคุณหญิงกีรตินั้นเป็นหญิงวัย 35 ปี เธอได้มาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกับพระยาอธิการบดี สามีที่อายุคราวพ่อ และเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของนพพร พระยาอธิการบดีจึงขอร้องให้นพพรพาคุณหญิงกีรติเที่ยวญี่ปุ่น และนั่นเป็นโอกาสให้นพพร เด็กหนุ่มที่ไม่เคยรู้จักความรักมาก่อน ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่สวย สง่า กิริยาวาจาแช่มช้อยเป็นผู้ดี แม้เธอจะสูงวัยกว่า แต่ยิ่งใกล้ชิด นพพรก็ยิ่งหลงรักเทิดทูนหม่อมราชวงศ์กีรติ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอแต่งงานแล้ว จนในที่สุดทั้งสองได้ตกหลุมรักกัน โดยมีเพียงนพพรเท่านั้นที่มีโอกาสได้เอ่ยความในใจให้คุณหญิงกีรติได้รับรู้ แต่คุณหญิงกีรติกลับไม่กล้า กระทั่งไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากพูดความในใจออกมา ทำให้นพพรรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

6 ปีผ่านไป นพพรสำเร็จการศึกษา ในขณะที่คุณหญิงกีรติเป็นหม้ายและใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย เขาทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการพบที่นพพรรู้สึกเหมือนพบพี่สาวที่ดีคนหนึ่งเท่านั้น จากนั้นนพพรก็ได้แต่งงานกับคู่หมั้นที่บิดาหาไว้ไห้ หลังจากนั้นนพพรได้ทราบข่าวว่าคุณหญิงกีรติได้ล้มป่วยด้วยวัณโรค นพพรจึงไปพบคุณหญิงกีรติเป็นครั้งสุดท้าย และเธอก็ได้มอบภาพเขียนที่ลงมือวาดด้วยตัวเอง โดยในภาพเป็นสถานที่ที่ทั้งสองเคยพลอดรักกัน พร้อมด้วยถ้อยคำตัดพ้อที่ทำให้นพพรนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่รักยังหวานชื่น จากนั้นคุณหญิงกีรติก็สิ้นใจ ปิดตำนานรักที่ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตา และอารมณ์เศร้าสะเทือนใจให้แก่ผู้อ่าน

“ข้างหลังภาพ” เบื้องหลังความปรารถนาของผู้แต่ง

                ผู้แต่งมีเจตนาที่จะถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ไม่สมปรารถนา หรือที่เรียกว่า “โศกนาฏกรรมแห่งรัก” โดยจะเห็นได้จากการตายของคุณหญิง ที่ตายโดยปราศจากคนรัก โดยผู้เขียนได้นำเสนอมุมมองผ่านตัวละครคุณหญิงกีรติ ซึ่งเป็นผู้หญิงในอุดมคติ เป็นกุลสตรี เป็นคนที่ไม่พูดตรง ๆ แต่จะพูดแฝงความในใจ และสร้างตัวละครอย่างนพพรขึ้นมา โดยนพพรได้หลงรักคุณหญิงกีรติ โดยไม่สนเรื่องอายุ หรือข้อกำหนดใด ๆ ซึ่งนพพรเองก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อย แต่ก็มีความเร่าร้อนอยู่ในตัว จะเห็นได้ว่าการสร้างตัวละครในแบบต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นถึงการพยายามที่จะหนีจากกรอบความคิดเก่า ๆ  ดังเช่นตัวละครที่เป็นนพพร ที่เปรียบเสมือนคนยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับขนบธรรมเนียมเดิมมากนัก ส่วนตัวละครในแบบคุณหญิงกีรติ ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนภาพของคนที่ยังติดอยู่ในกรอบและขนบดั้งเดิมทั้ง ๆ ที่ใจก็อยากจะหลีกหนีจากกรอบนั้น แต่เนื่องจากว่าถูกสอน และถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ภาพสะท้อนจาก “ข้างหลังภาพ”

นวนิยายเรื่องนี้นอกจากจะนำเสนอเรื่องราวความรักที่มีทั้งสดชื่นและขื่นขมแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เสมอภาค และความไม่เท่าเทียมทางเพศ เพราะผู้หญิงในสมัยนั้นถูกห้ามไม่ให้กระทำการใดที่ไม่เหมาะไม่ควร ถูกปลูกฝังให้เป็นกุลสตรี อยู่ในกรอบและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ในขณะที่ยังเป็นเด็กก็ต้องอยู่ในโอวาทของพ่อ พอแต่งงานมีสามี ก็ต้องเชื่อฟัง ดูแลและปรนนิบัติสามี แม้กระทั่งเรื่องความรักและชีวิตคู่ยังไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง รวมถึงค่านิยมที่มองว่าการที่ผู้หญิงมีอายุมากกว่าไปรักกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่าถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก แต่การที่ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า หรือเรียกได้ว่าเป็นรุ่นลูกก็ว่าได้กลับเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ดังนั้นในเรื่องนี้ผู้เขียนจึงพยายามที่จะถ่ายทอดและสะท้อนให้เห็นความไม่เท่าเทียมทางเพศ และการจำกัดบทบาทของผู้หญิงในสมัยนั้นผ่านตัวละครอย่างคุณหญิงกีรติ ดังที่เธอได้กล่าวกับนพพรว่า “ฉันก็เหมือนกับนกในกรงทอง” ดูงดงามและมีคุณค่าแต่ขาดอิสรภาพ

Marie King

Related posts