ริชาร์ด ดันน์ กับสถิติน่าอายที่ตัวเองไม่อยากได้

หากนับว่าการจะเป็นตำนานสักอย่างก็ต้องมีบางสิ่งที่เป็นเรื่องน่าจดจำนั้น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในวงการใดก็ตาม แต่ทว่าสำหรับอดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างริชาร์ด ดันน์ที่แม้ว่าจะเคยอยู่ในทีมยุคที่เปลี่ยนผ่านก่อนไปสู่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก แม้ว่าเขาไม่เคยได้รับเกียรติก็ตามแต่เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรสี่ปีติดต่อกันก็มีสถิติที่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่ทั้งการถูกไล่ออกจากสนามเป็นประจำและการทำเข้าประตูตัวเองอีกด้วย

กองหลังจอมทำฟาวล์

สำหรับสถิติของริชาร์ด ดันน์ที่ลงสนามไปทั้งหมด 431 นัดในพรีเมียร์ลีกกับสโมสรต่าง ๆ ทั้งเอฟเวอร์ตัน แมนเชสเตอร์ซิตี้ แอสตัน วิลล่าและควีนส์ พาร์ค แรนเจอร์ทำให้เขาได้ทำสถิติทำฟาลว์คู่แข่งจนได้รับใบแดงไปมากถึง 8 ครั้งด้วยกัน แบ่งเป็นใบเหลืองที่สอง 4 ครั้งและใบแดงแบบเพียว ๆ อีก 4 ครั้งด้วย โดยถือเป็นสถิติสูงสุดร่วมกับปาทริค วิเอร่ากัปตันทีมในตำนานของอาร์เซน่อลและดันแคน เฟอร์กูสันกองหน้าจอมโขกประตูของเอฟเวอร์ตัน แต่ริชาร์จ ดันน์ถือว่าเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่ถือครอบสถิตินี้แต่เพียงผู้เดียวจนทำให้เจ้าตัวถูกจดจำในฐานะผู้เล่นที่ดุดันตามสไตล์ฟุตบอลอังกฤษขนานแท้ แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นอันตรายที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกก็ตาม แต่ที่จริงแล้วเขากลับถูกจดจำในสถิติน่าอายเสียยิ่งกว่าโดนใบแดงเสียอีก

กองหลังจอมทำประตู…ตัวเอง

คงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักเตะในเกมรับที่ต้องคอยป้องกันไม่ให้คู่แข่งทำประตูได้ แต่ทว่าสำหรับริชาร์ด ดันน์คงเป็นนักเตะผู้โชคร้ายในตำแหน่งนี้ เพราะเขามักจะพลาดท่าทำประตูตัวเองเสมอ โดยสถิติยิงเข้าประตูทั้งสิ้น 10 ประตูเกิดขึ้นตลอดที่เขาลงแข่งในอาชีพค้าแข้งของเขา แถมยังมากกว่าที่เขาเคยทำประตูให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ภายในช่วงเวลากว่า 296 นัดเสียอีก (7 ประตู) และน้อยกว่าจำนวนประตูที่เขาทำได้ตลอดอาชีพรวมทุกสโมสรที่เคยลงเล่นไปเพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น ซึ่งในบรรดา 10 ประตูที่ว่าก็มีประตูที่แฟน ๆ หลายคนน่าจะจดจำกันได้ทั้งแมตช์แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ระหว่างทีมเรือใบสีฟ้ากับทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เขาเข้าสกัดประตูพลาดจนเข้าประตูตัวเองและจบเกมไปด้วยความพ่ายแพ้ของทีมสีฟ้าในเมืองชื่อดังแห่งนี้ เอาเป็นว่าในค่ำคืนนั้นนักพนันหลาย ๆ ประเทศหัวเสียไปตาม ๆ กันกับเหตุการณ์นี้

แม้ว่าทั้งสองสถิติจะไม่น่าชื่นชมนักแต่ว่าริชาร์ด ดันน์ถือเป็นนักเตะคนหนึ่งที่เป็นคนวางรากฐานให้กับทีมเรือใบสีฟ้าจากยุคที่เป็นเพียงทีมกลางตารางจนตกชั้นลงไปเล่นในลีกรอง จนการมาถึงของเจ้าของทีมระดับมหาเศรษฐีในปัจจุบันจนทำให้กลายเป็นยอดทีมในอังกฤษ เพราะการที่มีกองหลังชาวไอร์แลนด์คนนี้ในทีมได้ประคองทีมในฐานะผู้นำทีมบนสนามก่อนจะพาทีมไปเล่นในฟุตบอลถ้วยเล็กของทวีปยุโรปอย่างยูฟ่า คัพในฤดูกาล 2008/2009 ก่อนจะไปจบที่รอบ 8 ทีมอย่างน่าเสียดาย ทำให้เขาเป็นกำลังสำคัญในทีมช่วงก่อนยุครุ่งเรืองแม้สถิติส่วนตัวของเขาจะโชคร้ายจนกลบความสำเร็จตรงนี้ไปนั่นเอง

Marie King

Related posts