“วัยรุ่นไทยฆ่าตัวตาย”  ให้บทเรียนอะไรกับโรงเรียน

ช่วงนี้เราคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นไทยอยู่บ่อยครั้ง  ซึ่งก็กลายเป็นกระแสที่คนในสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา  หลายคนเริ่มวิตกกังวลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกลุ่มคนเหล่านี้มากที่สุด

วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ฆ่าตัวตาย สาเหตุหลักก็ไม่ได้มาจากโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว บางรายก็ฆ่าตัวตายเพราะน้อยใจพ่อแม่ ฆ่าตัวตายเพราะถูกแฟนทิ้ง หรือเพราะเครียดจากการเรียน หรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตายเพราะเล่นเกมไม่ชนะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นกระบวนการคิดของเด็กและเยาวชนไทยที่ยังเป็นปัญหา และถึงแม้ว่าครอบครัวจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่วัยรุ่นฆ่าตัวตายมากขึ้นนั้น ได้สะท้อนให้เห็นจุดบอดของการจัดการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนด้วยเช่นกัน จนเกิดคำถามที่ว่า หรือโรงเรียนไม่ได้สอนทักษะชีวิต ไม่ได้สอนให้เด็กคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น จนในที่สุดเขาเลือกที่จะจบปัญหานั้นด้วยวิธีของเขาเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย

ทำไมวัยรุ่นไทยฆ่าตัวตายมากขึ้น?

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง  นั่นก็คือข่าวนักเรียน ม.6 ใช้ปืนของพ่อยิงตัวเองตายในบ้าน ทิ้งไว้เพียงจดหมายที่เจ้าตัวได้กล่าวขอโทษคนรอบข้าง และระบายความในใจ ซึ่งเนื้อความในจดหมายเขียนด้วยถ้อยคำตัดพ้อ สิ้นหวัง ไม่มีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง โกรธแค้นหรือวู่วามใด ๆ คล้ายกับว่าได้ไตร่ตรองและใคร่ครวญมาดีแล้ว และนั่นยิ่งเป็นที่น่ากังวลว่าเด็กอาจจะมีภาวะโรคซึมเศร้าร่วมด้วย กลายเป็นความเครียดสะสมโดยที่ไม่รู้ตัว

นอกจากข่าวดังกล่าวก็ยังมีข่าวอื่นๆเช่น เด็ก ม.5 ฆ่าตัวตายเพราะเครียดที่ถูกแฟนทิ้ง เด็กมอต้นผูกคอตายเพราะน้อยใจพ่อแม่ หรือฆ่าตัวตายเพราะเครียดกับการเรียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ภาวะโรคซึมเศร้าอย่างเดียวที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกที่จะจบชีวิตลงด้วยวิธีที่ไม่สร้างสรรค์จนนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง  แต่อาจเป็นเพราะปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ไม่สามารถหาทางออกได้ เหมือนติดอยู่ในเขาวงกตเพียงลำพัง หลายคนจึงเลือกที่จะจบชีวิต เพื่อให้ตัวเองทรมานน้อยที่สุด ซึ่งเราอนุมานได้ว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กและเยาวชนไทยฆ่าตัวเพิ่มขึ้นก็คือ กระบวนการคิดที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ซึ่งแน่นอนว่าโรงเรียน และครูจะต้องมีส่วนรับผิดชอบ ต้องหันกลับมาทบทวนว่า เราจะสอนเพียงแค่ความรู้อย่างเดียวหรือ? เพราะสังคมและโลกยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก สิ่งที่สำคัญที่ระบบโรงเรียนจะต้องตื่นตัวคือ จะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้นักเรียนคิดและแก้ปัญหาเป็น ภายใต้การใช้ชีวิตในสังคมที่ซับซ้อนได้

โรงเรียนควรสอนอะไร?

โลกปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการไหลบ่าเข้ามาของสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมจากวัยรุ่นไทย ซึ่งก็มีการ “เสพสื่อ” มากขึ้นจาก “โลกเสมือนจริง” ทั้งในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ สื่อบันเทิง รวมถึงเกมรูปแบบต่าง ๆ เพราะวัยรุ่นสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย วัยรุ่นยุคนี้จึงต้องปรับตัวรับมืออย่างเท่าทัน โดยทักษะการคิด และการแก้ปัญหาคือกุญแจสำคัญในการใช้ชีวิตในสังคมที่ซับซ้อนเช่นนี้ โรงเรียนจึงมีส่วนสำคัญ ที่จะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง หลากหลายและสังคมที่เปิดกว้างและอ่อนไหวต่อกระแสต่าง ๆ หากโรงเรียนยังคงยึดหลักสูตรแบบเดิม หรือครูยังสอนแบบเดิม ๆ ที่เน้นการท่องจำ และเอาแต่ยัดความรู้ที่คร่ำครึให้นักเรียน แน่นอนว่าเยาวชนของเราก็จะขาดทักษะในการปรับตัวและรับมือกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับเด็กและเยาวชน

ดังนั้นโรงเรียนทุกโรงเรียนควรหันมาใส่ใจ และแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง ทั้งภาวะโรคซึมเศร้าที่ครูทุกคนจะต้องทำความเข้าใจ โดยปราศจากอคติ และเฝ้าสังเกตนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และที่สำคัญการจัดการเรียนการสอนต้องเน้นที่การพัฒนาทักษะการคิด โดยเฉพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ การคิดยืดหยุ่น การคิดเชิงบวก และการคิดแก้ปัญหา ซึ่งครูอาจใช้กิจกรรมที่สนุกสนานเพื่อดึงดูดความสนใจ ลดการเรียนแบบเปิดแต่ตำรา หรือเรียนแบบบรรยายจนน่าเบื่อหน่าย จัดสภาพแวดล้อมให้น่าเรียน ในการเรียนการสอนควรสอดแทรกวิธีการคิดที่เท่าทันโดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน และตัวครูเองจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้เท่าทันยุคสมัย เพื่อจะได้เข้าใจและเข้าถึงนักเรียนที่เป็นเด็กยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้น โรงเรียนไม่ควรเป็นสถานที่ที่น่าเบื่อหน่าย ไม่ควรเป็นสถานที่ที่ปิดกั้นความคิดและอิสระทางความคิด ไม่ควรเป็นสถานที่ที่มีแต่ตำราเล่มหนา แต่โรงเรียนควรเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ และฝึกฝนเด็กและเยาวชนให้เติบโตทางความคิด มีทักษะชีวิต สามารถแก้ปัญหาและเผชิญโลกความเป็นจริงที่ซับซ้อนได้

Marie King

Related posts