เป็นไข้หวัดธรรมดา ควรกินยาดีไหม?

ช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้ว ซึ่งเมื่อฤดูกาลเปลี่ยน บางคนก็มักจะไม่สบาย เป็นหวัด เป็นไข้ หลายคนเวลาป่วย เป็นไข้ หรือไม่สบาย ส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงยา หรือการไปพบแพทย์เพื่อหวังจะให้ทางโรงพยาบาลจ่ายยาให้ ซึ่งยาที่ใช้ก็มักจะเป็นยาปฏิชีวนะ หรือเรียกกันทั่วไปว่า “ยาแก้อักเสบ” หรือไม่ก็เป็นยาแก้ปวดจำพวกยาพาราเซตามอล และคนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะมีความเชื่อว่าหากได้ทานยา ร่างกายจะหายจากอาการป่วยทันที ฉะนั้นเมื่อเป็นไข้ ปวดศีรษะเมื่อไหร่ก็ต้องกินยาทุกครั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะยาไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อร่างกายแต่อย่างใด ตรงกันข้ามหากกินยาเข้าไปในปริมาณมากอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อตับ ฉะนั้นแล้วเรามาดูซิว่า ถ้าหากเราป่วย เราควรไปหาหมอ หรือควรกินยาดีไหม?

มาทำความรู้จักกับ “ไข้หวัด” กันก่อน

ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดนั้นมีหลายชนิด แต่อาการก็คล้าย ๆ กัน ไข้หวัดเป็นโรคติดต่อ และสามารถติดต่อได้ง่ายมาก เพียงแค่การไอ การจาม การสัมผัส โดยกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดไข้หวัดมากที่สุดคือกลุ่มเด็กเล็ก เมื่อมือไปสัมผัสกับเชื้อไวรัสจากคนอื่น ๆ  แล้วมาขยี้จมูก ขยี้ตาก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อหวัดได้ ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ค่อยรู้ตัว ซึ่งหากว่าเราเป็นไข้หวัดอาการสำคัญ ก็จะมีทั้งคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม เป็นไข้ เจ็บคอ อาการส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ 2 – 7 วัน มีบางรายที่นานกว่านั้น แต่บางคนอาจไม่ได้มีอาการครบดังที่กล่าวมาก็ได้ ซึ่งอาการของไข้หวัดนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเชื้อโรค และสภาพร่างกายของของผู้ติดเชื้อหวัดเองด้วย

เป็นไข้หวัดธรรมดา ควรกินยาดีไหม?

โรคไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสส่วนใหญ่จะหายได้เอง โดยไม่ต้องทานยา หรือไปหาหมอ หากว่ามีอาการเล็กน้อย เพียงแค่เราพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ ก็หายได้ แต่ถ้ามีอาการหนัก มีไข้สูงก็สามารถใช้ยารักษาตามอาการได้เช่นกัน เช่นอาจจะใช้ยาลดน้ำมูก ยาลดไข้ และยาบรรเทาอาการไอที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม การรับประทานยาเมื่อเป็นไข้ ไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้นแต่อย่างใด เพียงแค่ช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น ซึ่งเราจะเห็นจากตัวยาที่มักจะระบุชื่อว่าเป็นยาบรรเทาอาการปวด ไม่ใช่ยากินแล้วหายป่วย ดังนั้นไม่ว่าเราจะกินยาหรือไม่กินก็หายได้เท่ากัน  ทางที่ดีเราควรให้ร่างกายเยียวยาตัวเอง แทนการใช้ยาซึ่งยาก็เป็นเคมีชนิดหนึ่งที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายของเราอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังทำให้เกิดการดื้อยา  ดังนั้นการฝึกให้ร่างกายรักษาตัวเอง และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาปกป้องตัวเองอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีที่สุดก็เป็นได้

อาการหนักแค่ไหน จึงควรไปพบแพทย์

จริงๆแล้วโรคไข้หวัดเป็นโรคที่ไม่จำเป็นต้องกินยา หรือพบหมอ เพราะร่างกายเราสามารถหายได้ เพียงแต่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ออกไปอยู่ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่งถ่ายเทสะดวก แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรประมาท ต้องหมั่นสังเกตอาการของตัวเองอยู่เรื่อยๆ ซึ่งถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าเราสมควรที่จะไปหาหมอ

เริ่มแรกให้สังเกตดูว่า เมื่อน้ำมูกและเสมหะสีเขียว เหลือง และได้ลองกินยาปฏิชีวนะแล้ว 2 ถึง 3 วัน อาการยังไม่ทุเลา แสดงว่าเชื้อแบคทีเรียอาจจะดื้อยาที่กินอยู่  มีอาการปวดหู และหูอื้อไม่ค่อยได้ยิน ปวดโพรงจมูกอย่างมากอาจจะมีโรคไซนัสอักเสบ มีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว เสมหะมาก ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะเป็นอาการของการติดเชื้อทาง เดินหายใจ มีไข้ ตัวร้อน นานกว่า 1 สัปดาห์ มีอาการเจ็บคอมากเกิน 3 วัน เนื่องจากบางคนอาจมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบร่วมด้วย

โรคไข้หวัดเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายเองได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ หรือพึ่งยา แต่ก็ต้องหมั่นสังเกตอาการป่วยของตัวเอง เพราะหากผ่านไป 1 สัปดาห์ถ้าอาการยังไม่ทุเลา หรือยิ่งเป็นหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็ต้องไปพบแพทย์ และพึงระวังเสมอว่าไข้หวัดนั้นเป็นโรคที่สามารถหายได้เองและหายเร็วก็จริง แต่ก็เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่าย และรวดเร็ว ฉะนั้นแล้วเราจะต้องกันไว้ดีกว่าแก้ โดยวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือสัมผัสกับคนที่เป็นไข้หวัด หมั่นล้างมือ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักและผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันที่ดี

Marie King

Related posts