Author: Marie King

สร้างบรรยากาศและความผ่อนคลายได้ด้วยน้ำมันหอมระเหย

ในปัจจุบันมีตัวช่วยในการสร้างบรรยากาศและความรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์ได้อย่างหลากหลายวิธี เพื่อช่วยในเรื่องการปรับเปลี่ยนอารมณ์ของเรา ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่เท่านั้น แต่เป็นการใช้สถานที่เดิมแต่เพิ่มบรรยากาศให้ดูเปลี่ยนและแตกต่างไป เพื่อความรู้สึกที่แปลกใหม่ต่างไปจากเดิม ซึ่งการใช้น้ำมันหอมระเหยก็กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในการสร้างบรรยากาศและความผ่อนคลาย ทำให้ผู้ที่สูดกลิ่นเข้าไปมีความผ่อนคลาย และลดความตึงเครียดลงไปได้บ้าง ซึ่งน้ำมันหอมระเหยเป็นสิ่งที่เริ่มมีการใช้เพื่อการสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอดีต จนมีการพัฒนารูปแบบน้ำมันหอมระเหยและกลิ่นให้มีหลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ทันกับยุคสมัย เลือกใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยให้ตรงกับความต้องการ จะสร้างความผ่อนคลายได้อย่างที่สุด                 การเลือกใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยให้ตรงกับความต้องการ จึงสามารถช่วยสร้างบรรยากาศและความรู้สึกผ่อนคลายได้มากทีเดียว -กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นนี้จะเลียนกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ จึงเหมือนคุณหลุดเข้าไปอยู่ในสวนดอกไม้แห่งทุ่งลาเวนเดอร์เลยทีเดียว จึงสร้างความผ่อนคลายสบายอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ทำให้การใช้ความคิดและทำกิจกรรมต่าง ๆ ของคุณในขณะนั้นเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและใจเย็น ลดความตึงเครียดได้ดีทีเดียว -กลิ่นมิ้นต์ กลิ่นนี้จะมีความรู้ให้ความเย็น ๆ เปรียบเสมือนการสร้างความเฟรช สดชื่นให้กับผู้สูดกลิ่นนี้เข้าไป หากสูดกลิ่นนี้แบบอ่อน ๆ จะทำให้มีความสดชื่น เปรียบการชาร์จพลังแห่งความสดชื่นเข้าสู่ตัวคุณ จึงทำให้เกิดความกระฉับกระเฉง มีความตื่นตัวเล็กน้อย เหมือนดอกไม้ที่ได้รับการบำรุงไม่เหี่ยวเฉานั่นเอง -กลิ่นดอกมะลิ จะมีกลิ่นอายของความเป็นไทยผสมผสานอยู่ในกลิ่นนี้ ทำให้ได้รับความรู้สึกที่อบอุ่นที่แฝงไปด้วยความอ่อนหวานคล้ายนิสัยดั้งเดิมของคนไทย จึงสามารถสร้างความสโลว์ไลฟ์ให้กับคุณได้บ้างในขณะรับกลิ่นนี้ -กลิ่นดอกโมก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่สร้างความเป็นไทย ชวนให้นึกถึงบ้านเรือนไทยและความเป็นไทยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแม้สถานที่นั้นจะเป็นบ้านแบบไหน สไตล์ไหนก็ตาม หากแต่ใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้แล้ว ก็สามารถสร้างบรรยากาศให้เหมือนหลุดเข้าไปในบ้านทรงไทยสมัยก่อนเลยทีเดียว เลือกใช้ให้ถูกกลิ่นสร้างความฟินได้ง่าย ๆ เลย                 การสร้างกลิ่นหอมต่าง ๆ จากน้ำมันหอมระเหยให้เข้ากับกิจกรรมนั้น […]

เครื่องสำอางชนิดไหนหมดอายุเมื่อไรควรรู้กันไว้นะสาว ๆ

เมื่อพูดถึงเครื่องสำอางแล้ว เชื่อว่าสาว ๆ คงต้องมีเครื่องสำอางมากกว่าหนึ่งชิ้นบนหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างแน่นอน เพราะการแต่งหน้าของสาว ๆ ต้องมีเครื่องสำอางตั้งแต่คิ้ว ตา แก้ม ปาก และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้การแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าให้สาว ๆ ให้ดูสวยสด เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมองมากกว่าใบหน้าจืดชืด และด้วยการที่มีเครื่องสำอางหลายชิ้นนั่นเอง ทำให้มีมากมายจนใช้ไม่ทัน ดังนั้นสาว ๆ จึงต้องรู้ถึงข้อจำกัดของเครื่องสำอางแต่ละชิ้นไว้ด้วย เพื่อให้ใบหน้าสวย ๆ ของสาว ๆ มีแต่ความปัง ไม่มีพังให้ช้ำใจกัน อายุเครื่องสำอางหลังเปิดใช้ที่สาว ๆ ควรรู้กันไว้                 -ลิปสติก หากมีการเปิดใช้งานลิปสติกไม่ว่าชนิดใดแล้ว ควรเก็บลิปสติกไว้ในอุณหภูมิห้องที่อากาศไม่ร้อนนัก เพื่อป้องกันการละลายและสีที่เพี้ยนไปของลิปสติก ซึ่งลิปสติกชนิดธรรมดาจะมีอายุการใช้งานได้ถึง 2 ปี หลังจากการเปิดใช้ -มาสคาร่า หรือที่ปัดขนตา หากมีการเปิดใช้งานแล้วจะมีอายุการใช้งานได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ดังนั้นสาว ๆ ควรรีบใช้ให้หมดก่อนครบ 1 ปีด้วย เพราะหากมาสคาร่าหมดอายุการใช้งานแล้ว จะทำให้เกิดการแข็งตัวของเนื้อผลิตภัณฑ์ทำให้เมื่อเราปัดที่ขนตาจะมีการจับตัวเป็นก้อนไม่น่าดู อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ใช้ใกล้ดวงตา ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับอายุการใช้งานด้วย -รองพื้น ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นชนิดใดก็ตาม […]

คนในวงการบ้านเรามีใครบ้างที่ขับบิ๊กไบค์

– มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกหนุ่มหน้าใส ก็ชื่นชอบการขี่รถมอเตอร์ไซค์ จึงมักได้เห็นหนุ่มโอ้กับรถมอเตอร์ไซค์สไตล์วินเทจหรือคลาสสิกบ่อยๆ รถคู่ใจของเขา คือ Harley-Davidson Fatboy Design คร่อมมอเตอร์ไซค์ทีไรสาวๆพาลใจสั่นเลยค้า – เวียร์ ศุกลวัฒน์ ดารามาดเข้มขวัญใจสาวๆ ที่เป็นแฟนพันธ์แท้รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังอย่างไทรอัมพ์ (Triumph) หนุ่มเวียร์มีรถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ถึง 3 คัน แต่ไม่ว่าจะขี่แบบไหนก็หล่อเท่ส์หมด ว่าแต่จะเลือกขับคันไหนดีหล่ะค่ะ – เป้ อารักษ์ พระเอกสุดเซอร์ คู่ใจของเขาคือ Royal Enfield Vintage Tracker Fatboy Design เป็นรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอังกฤษ ผลิตในอินเดีย อีกหนึ่งแบรนด์อย่าง รอยัล เอนฟิลด์ จักรยานยนต์สมัยใหม่ที่ชอบทำตัวเป็นรถสองล้อคลาสสิก – วี วีรภาพ กับรถ Triumph Street Scrambler โฉมใหม่ มีรูปทรงอันเป็นตำนานของ Bonneville ประกอบกับลายเส้นคมชัด ตัวถังขนาดเล็ก การตกแต่งแบบร่วมสมัย การเติมเต็มสไตล์หนุ่มเข้มของวี ได้อย่างเหมาะเจาะ […]

แบกเป้เที่ยวคนเดียวอย่างไรไม่ให้โดดเดี่ยวแต่ได้ความสนุกและความรู้ใหม่ ๆ

                เมื่อพูดถึงการสะพายเป้เที่ยวคนเดียวแล้ว หลายคนคงไม่ชอบเท่าไรกับการท่องเที่ยวสไตล์นี้ ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า การท่องเที่ยวสไตล์นี้จะเหมาะกับหนุ่มสาวชาวอินดี้ทั้งหลายที่ไม่ชอบทำอะไรตามใคร หรือนึกอยากจะทำอะไรก็ทำนั่นเอง แต่ความจริงแล้วการแบกเป้เที่ยวคนเดียวนี่แหละที่อาจทำให้เราได้มุมมองจากการท่องเที่ยวคนเดียวในแบบใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน และอาจทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมในแบบฉบับการเที่ยวแบบเปิดหูเปิดตาด้วยนะ สถานที่ที่เหมาะกับการแบกเป้เที่ยวคนเดียวไม่ต้องเหลียวหลังพะวงใคร                 จริง ๆ แล้ว เราสามารถไปเที่ยวคนเดียวในสถานที่ที่ไหนก็ได้ตามที่ใจเราปรารถนา แต่จะดีกว่าถ้าเราลิสต์และเลือกสถานที่ที่จะไปคนเดียวให้มีความกังวลกับปัจจัยภายนอกน้อยที่สุด เพราะการไปเที่ยวคนเดียวก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ จากอุบัติเหตุ อาการบาดเจ็บ หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันนั่นเอง -หมู่บ้านวัฒนธรรมกับการใช้ชีวิต ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านปิล๊อค หรือชุมชนเล็ก ๆ ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์แห่งการน่าค้นหาในการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไป เช่น อำเภอปาย อำเภอปัวในแถบภาคเหนือ เพราะการไปเที่ยวสไตล์นี้จะเป็นการไปเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวชุมชน ซึ่งแม้หากเราไปคนเดียวแต่ชาวชุมชนก็ยังคอยต้อนรับเราและคอยสอนวัฒนธรรมต่าง ๆ ของพวกเขาให้เราได้รับรู้ จึงทำให้เสมือนกับว่าคุณไม่ได้ไปท่องเที่ยวคนเดียวเลย อีกทั้งทำให้เราเปิดมุมมองและเปิดใจกับการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไปอีกด้วย -หลีกเลี่ยงการไปเมืองสังคมและแฟชั่น อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการไปเที่ยวคนเดียว อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นได้ ซึ่งการไปเที่ยวยังเมืองแห่งสีสันอาจเกิดการโจรกรรมหรืออุบัติเหตุจากการเดินทางได้ง่ายกว่าการใช้ชีวิตในเมืองเล็ก ๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริง ๆ เมื่อเราอยู่ตัวคนเดียวอาจทำให้เราจัดการกับสถานการณ์เหล่านั้นไม่ได้นั่นเอง -ควรไปยังสถานที่ไม่ไกลมากนักและไม่ควรไปหลายวันเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการขัดข้องในการติดต่อสื่อสารกับคนที่คุณรักซึ่งรอคุณอยู่ได้ เนื่องเป็นการไม่แน่ว่าหากสถานที่ที่คุณไปนั้นไกลเกินไป อาจเกิดอุบัติการณ์ทางภาวะธรรมชาติที่ไม่คาดฝันขึ้นมา ทำให้การติดต่อหรือการเดินทางกลับเป็นไปได้ยากนั่นเอง รู้เขารู้เรายังไงก็ไม่เสียเปรียบ ควรเรียนรู้ถึงสถานที่ที่คุณจะไปเที่ยวให้ได้มากที่สุดก่อนเดินทาง                 เมื่อคุณต้องเดินทางเพียงลำพัง […]

หนาวนี้ทำตัวอย่างไรดี ให้ห่างไกลจากหวัด

                เมื่อพูดถึงอากาศหนาว หลาย ๆ คนเริ่มจะมีอาการหวัดเล็ก ๆ ถามหากันเลย เพราะสภาพอากาศในเมืองไทยมีอากาศค่อนข้างร้อนมาหลายเดือนจนแทบจะครบปีเลยก็ว่าได้ นาน ๆ ทีถึงจะมีอากาศหนาวมาเยือนให้ได้ชื่นใจกันบ้าง จึงทำให้หลาย ๆ คนปรับตัวตามสภาพอากาศไม่ทันจากปกติที่มีความร้อนและแสงแดด ไปสู่สภาพอากาศที่แห้งและหนาวเย็น จึงทำให้ร่างกายบางคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเกิดอาการหวัดได้ง่ายเลยทีเดียว สังเกตได้เพียงแค่มีลมหนาวพัดเอื่อยมา บางคนก็จามให้ได้เห็นกันซะแล้ว ดังนั้นเราจึงควรรู้วิธีปฏิบัติตัวในฤดูหนาวเพื่อให้ห่างไกลจากหวัดกัน มาทำความรู้จักโรคหวัดกันจะได้ป้องกันอย่างถูกวิธี                 โรคหวัดเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ประกอบกับร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำหรือบกพร่องทำให้ไวรัสเข้าไปแพร่เชื้อในร่างกายได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินอากาศหรือการหายใจนั่นเอง จึงส่งผลให้อวัยวะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินหายใจมีอาการบกพร่องหรือเจ็บป่วย เช่น โพรงจมูก ลำคอทั้งส่วนบนและส่วนล่าง คนที่เป็นหวัดจึงส่อแสดงอาการออกมาเกี่ยวกับความบกพร่องในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ รวมทั้งมีไข้ด้วย เป็นข้อสังเกตได้ง่ายว่าคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจะเป็นหวัดน้อยกว่าคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าไวรัสจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายและจะส่งผลได้ง่ายกับคนที่มีร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันต่ำนั่นเอง วิธีการหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากหวัดทำได้ง่าย ๆ จะได้ไม่ต้องไปหาหมอเพียงอย่างเดียว -ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งที่สัมผัสกับสิ่งแปลกปลอม เป็นวิธีการเบสิคที่สุดที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ แต่หลาย ๆ คนชอบมองข้ามสิ่งง่าย ๆไป ซึ่งเมื่อเราสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ หรือแม้แต่เราคิดว่าไม่สกปรกแต่เมื่อมันเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วล่ะก็ ทุกครั้งที่สัมผัสเราควรจะล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง และการล้างมือที่กล่าวถึงนี้ ก็ต้องเป็นการล้างมือที่สะอาดถูกวิธีด้วยนะ -ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ในช่วงอากาศหนาวเราควรสวมเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ นอนห่มผ้า […]

 ภาพสะท้อนจาก “ข้างหลังภาพ” นวนิยายรักอมตะกับค่านิยมเรื่องความรัก และการหลีกหนีจากขนบ

นวนิยายเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ประพันธ์โดยศรีบูรพา หรือกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนวนิยายรักอมตะที่ตราตรึงในใจของผู้คนทุกยุคทุกสมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นนวนิยายที่ทรงคุณค่า ทั้งในด้านเนื้อหา กลวิธีการแต่ง การเล่าเรื่อง การดำเนินเรื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาที่ทั้งสะเทือนใจและเข้าถึงอารมณ์ของผู้อ่าน ซึ่งนวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้เป็นนิยายรักเสียทีเดียว แต่เป็นนวนิยายที่ให้อารมณ์ด้าน “โศกนาฏกรรมความรัก” ที่บาดลึกถึงห้วงหัวใจของผู้อ่านด้วยถ้อยคำภาษาที่ผู้เขียนได้รังสรรค์ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงแง่มุมทางความคิดบางอย่างที่พยายามจะหลุดออกจากกรอบสังคม ที่ห้อมล้อมด้วยขนบดั้งเดิม จึงทำให้นิยายเรื่องนี้น่าสนใจที่จะหยิบยกมาพูดถึง เรื่องราวของกีรติและนพพร กับความรักที่แอบซ่อนอยู่ “ข้างหลัง” ที่ไม่อาจเปิดเผย นวนิยายเรื่องนี้ ได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างนพพร และ หม่อมราชวงศ์กีรติ ซึ่งนพพรอายุเพียง 22 ปี ส่วนคุณหญิงกีรตินั้นเป็นหญิงวัย 35 ปี เธอได้มาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกับพระยาอธิการบดี สามีที่อายุคราวพ่อ และเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของนพพร พระยาอธิการบดีจึงขอร้องให้นพพรพาคุณหญิงกีรติเที่ยวญี่ปุ่น และนั่นเป็นโอกาสให้นพพร เด็กหนุ่มที่ไม่เคยรู้จักความรักมาก่อน ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่สวย สง่า กิริยาวาจาแช่มช้อยเป็นผู้ดี แม้เธอจะสูงวัยกว่า แต่ยิ่งใกล้ชิด นพพรก็ยิ่งหลงรักเทิดทูนหม่อมราชวงศ์กีรติ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอแต่งงานแล้ว จนในที่สุดทั้งสองได้ตกหลุมรักกัน โดยมีเพียงนพพรเท่านั้นที่มีโอกาสได้เอ่ยความในใจให้คุณหญิงกีรติได้รับรู้ แต่คุณหญิงกีรติกลับไม่กล้า กระทั่งไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากพูดความในใจออกมา ทำให้นพพรรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก 6 ปีผ่านไป […]

ลายมือไม่สวย แต่ถ้าทำสิ่งนี้จะช่วยให้ลายมือคุณดูดีขึ้นได้นะ

การเขียนด้วยลายมือนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้เข้ามาแทนที่ความล้าสมัย ทำให้การติดต่อประสานงานหรือการสื่อสารถึงกันเป็นไปอย่างง่ายดาย เพียงแค่สัมผัสด้วยปลายนิ้วหรือเสียงทางโทรศัพท์ การทำงานต่าง ๆ ก็ใช้การพิมพ์ตัวอักษรผ่านคอมพิวเตอร์และเพียงแค่สั่งพิมพ์ผ่านเครื่องปริ้นเท่านั้น จึงเห็นได้ว่าการใช้วิธีการเขียนด้วยลายมือจึงไม่เป็นที่นิยมกันแล้ว แต่ถึงอย่างไรการเขียนในชีวิตประจำวันของเราก็ยังมีอยู่ไม่ขาดหายไป หากแต่เมื่อไม่ได้มีการเขียนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ลายมือดูเพี้ยนไม่สวยเหมือนเดิม หรือหากคนที่มีลายมือไม่สวยอยู่แล้ว เมื่อไม่ได้ใช้วิธีการเขียนเป็นประจำก็จะยิ่งห่างจากการพัฒนาการเขียนด้วยลายมือด้วย เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้ลายมือเขียนของคุณดูดีขึ้นได้                 เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าลายมือเขียนของตัวเองอยู่ในระดับไหนบ้าง พอดูได้ หรือพออ่านออก หรืออาจจะแย่จนชนิดที่ว่าอ่านไม่ออกเลยทีเดียว ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่คนอื่นอ่านลายมือของคุณไม่ออก มีเพียงแค่คุณเท่านั้นที่อ่านลายมือเขียนของตัวเองออก ถ้าเป็นเช่นนี้คงไม่ดีแน่หากลายมือเขียนของคุณจำเป็นในการทำงานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเรามาดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นตัวช่วยให้ลายมือเขียนของคุณอ่านง่ายขึ้นกัน -เขียนให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้น หลายครั้งที่การอ่านไม่ออกเกิดจากลายมือเขียนขนาดตัวอักษรที่เล็กเกินไป จึงทำให้มีแต่คุณเท่านั้นที่เข้าใจตัวอักษรที่คุณสื่อออกมา ดังนั้นหากเราฝึกการเขียนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะเป็นตัวช่วยให้ลายมือเขียนของคุณอ่านได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายถึงให้เขียนขนาดตัวอักษรใหญ่จนเกินไป จนเหมือนที่เด็ก ๆ โดนเพื่อนล้อว่าเขียนหนังสือ “ตัวเท่าหม้อแกง” หรอกนะ -เขียนเว้นวรรคบ้าง ไม่ให้ตัวอักษรติดกันจนเกินไป มีคนจำนวนไม่น้อยที่เขียนด้วยความเร็วจึงทำให้ตัวอักษรติดกันเป็นแถบ อ่านไม่ออกว่าตัวอักษรไหนก็อะไร หางของตัวอักษรนั้นไปเป็นจุดเริ่มต้นของหัวของตัวอักษรอีกตัวหนึ่ง เป็นเช่นนี้ไม่ดีแน่ เพราะอย่าลืมกันนะว่านี่คือ “ภาษาไทย” ไม่ใช่ “ภาษาอังกฤษตัวเขียน” ดังนั้นจึงไม่ต้องเขียนติดกันขนาดนั้นนะ -ฝึกเขียนอย่างช้า ๆ ลองลดความเร็วของการเขียนหนังสือดูบ้าง เพราะการเขียนที่ทำให้คนอื่นอ่านไม่ออก ส่วนหนึ่งก็เป็นมาจากการเขียนด้วยความเร็ว ใจร้อน จึงทำให้เกิดการเขียนที่ไม่เป็นระเบียบ หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าการ […]

เลือดข้นคนจาง : ภาพสะท้อนบทบาทของผู้หญิงในสังคมของคนไทยเชื้อสายจีน

ละครที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ ที่ใคร ๆ หลายคนกำลังติดตามและลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ เรียกได้ว่าคนดูต่างก็สวมบทบาทเป็นโคนันยอดนักสืบ ตามสืบว่า “ใครฆ่าประเสริฐ” จากละครเรื่องเลือดข้นคนจางของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง คุณย้งทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่นอกจากจะสร้างปมการฆาตกรรมในครอบครัวแล้ว ยังนำเรื่องราวชีวิต ขนบและความเชื่อ ของคนไทยเชื้อสายจีนโดยนำมาถ่ายทอดผ่านตัวละครในเรื่องอย่างสมจริง และที่น่าสนใจคือมีการหยิบยกประเด็นเรื่องบทบาทของผู้หญิงในสังคมของคนไทยเชื้อสายจีนมาตีแผ่ ให้คนดูได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่ง ว่าสถานะของลูกผู้หญิงในสังคมจีนนั้นเป็นอย่างไร โดยผู้กำกับได้นำเสนอให้เห็นผ่านตัวละคร “ภัสสร” ซึ่งเป็นลูกสาวในตระกูลคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นตระกูลที่มีฐานะร่ำรวย แต่ด้วยความที่ลูกสาวก็คือ ภัสสรนั้นได้ทุ่มเท และบริหารโรงแรมเป็นเวลากว่า 20 ปี แต่กลับไม่ได้รับส่วนแบ่งมรดกที่เป็นธรรม และนอกจากปมเรื่องมรดกแล้ว ยังมีรายละเอียดยิบย่อยที่ผู้กำกับได้สอดแทรก และถ่ายทอดให้เห็นว่าบทบาทของลูกสาวในสังคมจีนนั้น ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญเท่ากับลูกชาย จากประเด็นดังกล่าวเราจะกลับมาย้อนดูว่า เพราะอะไรผู้หญิงในสังคมจีนหรือสังคมคนไทยเชื้อสายจีนจึงมีความสำคัญน้อยกว่าผู้ชาย เพราะเหตุใด ในสังคมจีน จึงให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว อันที่จริงแล้ว หากย้อนไปตั้งแต่สมัยโบราณ หรือยุคเก่า ๆ เราจะเห็นว่าผู้ชายมักจะมีบทบาท และมีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของชนชาติใดก็ตาม แต่พอถึงยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ความอิสระเสรีก็เริ่มไหลบ่าเข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมของสิทธิสตรีมากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันนี้ผู้หญิงเริ่มมีบทบาทและตระหนักถึงบทบาทของตน แต่อย่างไรก็ตามในบางสังคม ก็ยังคงยึดถือขนบธรรมเนียมแบบเดิมอยู่ จะเห็นได้ชัดในสังคมของคนจีน หรือคนไทยเชื้อสายจีน ที่ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเชื่อและกรอบแนวคิดเหล่านั้นยังคงอยู่ในรูปแบบของวัฒนธรรม ขนบประเพณีต่าง […]

เป็นไข้หวัดธรรมดา ควรกินยาดีไหม?

ช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้ว ซึ่งเมื่อฤดูกาลเปลี่ยน บางคนก็มักจะไม่สบาย เป็นหวัด เป็นไข้ หลายคนเวลาป่วย เป็นไข้ หรือไม่สบาย ส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงยา หรือการไปพบแพทย์เพื่อหวังจะให้ทางโรงพยาบาลจ่ายยาให้ ซึ่งยาที่ใช้ก็มักจะเป็นยาปฏิชีวนะ หรือเรียกกันทั่วไปว่า “ยาแก้อักเสบ” หรือไม่ก็เป็นยาแก้ปวดจำพวกยาพาราเซตามอล และคนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะมีความเชื่อว่าหากได้ทานยา ร่างกายจะหายจากอาการป่วยทันที ฉะนั้นเมื่อเป็นไข้ ปวดศีรษะเมื่อไหร่ก็ต้องกินยาทุกครั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะยาไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อร่างกายแต่อย่างใด ตรงกันข้ามหากกินยาเข้าไปในปริมาณมากอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อตับ ฉะนั้นแล้วเรามาดูซิว่า ถ้าหากเราป่วย เราควรไปหาหมอ หรือควรกินยาดีไหม? มาทำความรู้จักกับ “ไข้หวัด” กันก่อน ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดนั้นมีหลายชนิด แต่อาการก็คล้าย ๆ กัน ไข้หวัดเป็นโรคติดต่อ และสามารถติดต่อได้ง่ายมาก เพียงแค่การไอ การจาม การสัมผัส โดยกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดไข้หวัดมากที่สุดคือกลุ่มเด็กเล็ก เมื่อมือไปสัมผัสกับเชื้อไวรัสจากคนอื่น ๆ  แล้วมาขยี้จมูก ขยี้ตาก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อหวัดได้ ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ค่อยรู้ตัว ซึ่งหากว่าเราเป็นไข้หวัดอาการสำคัญ ก็จะมีทั้งคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม เป็นไข้ […]

“นักผจญเพลิง” ฮีโร่ที่หลายคนกำลังจะหลงลืม

            หลายวันมานี้ หากใครได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง เราจะพบว่ามีข่าวเกี่ยวกับไฟไหม้ค่อนข้างบ่อย ทั้งไฟไหม้บ้าน ไฟไหม้ตึก ไฟไหม้โรงเรียน ทั้งที่เป็นอุบัติเหตุ หรือการลอบวางเพลิง ไปจนถึงการก่อการร้ายที่นับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อดูจากภาพหรือคลิปในข่าวแล้ว เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ไฟไหม้แต่ละครั้งนั้นอันตรายและน่ากลัวอย่างมาก และการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้แต่ละครั้ง ก็มักจะพูดถึงมูลค่าความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีน้อยมากที่จะมีการถ่ายทอดและนำเสนอแง่มุมในความกล้าหาญและเสียสละของอาชีพ อาชีพหนึ่งที่เรียกว่า “นักผจญเพลิง” ภาพลักษณ์ของนักผจญเพลิง ในต่างประเทศ ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในประเทศไทย แตกต่างจากต่างประเทศอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นอาชีพนักผจญเพลิงในสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า Fire fighters ถือเป็นอาชีพที่คนให้ความสำคัญไม่ต่างจากอาชีพหมอ หรืออาชีพที่ต้องใช้ทักษะและความชำนาญเฉพาะด้านชั้นสูง โดยจะเห็นได้จากการสร้างภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ที่มักจะให้ตัวละครเอกเป็นนักดับเพลิง ตัวอย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง Only the Brave ซึ่งสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง เป็นเรื่องราวของหน่วย “Granite Mountain Hotshots” ชุดปฏิบัติการระดับท้องถิ่น ที่มีภารกิจสำคัญในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในเมืองจากไฟป่า นอกจากนั้นยังมีซีรี่ส์เรื่อง Chicago fire ที่นำเสนอและถ่ายทอดชีวิต และความกล้าหาญของนักดับเพลิงออกมาได้อย่างสมจริง จึงทำให้อาชีพนักผจญเพลิงกลายเป็นอาชีพในฝันของเด็ก ๆ หลายคน เพราะนอกจากจะได้สวมเครื่องแบบ และได้ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ […]