Category: ไลฟ์สไตล์

สร้างบรรยากาศและความผ่อนคลายได้ด้วยน้ำมันหอมระเหย

ในปัจจุบันมีตัวช่วยในการสร้างบรรยากาศและความรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์ได้อย่างหลากหลายวิธี เพื่อช่วยในเรื่องการปรับเปลี่ยนอารมณ์ของเรา ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่เท่านั้น แต่เป็นการใช้สถานที่เดิมแต่เพิ่มบรรยากาศให้ดูเปลี่ยนและแตกต่างไป เพื่อความรู้สึกที่แปลกใหม่ต่างไปจากเดิม ซึ่งการใช้น้ำมันหอมระเหยก็กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในการสร้างบรรยากาศและความผ่อนคลาย ทำให้ผู้ที่สูดกลิ่นเข้าไปมีความผ่อนคลาย และลดความตึงเครียดลงไปได้บ้าง ซึ่งน้ำมันหอมระเหยเป็นสิ่งที่เริ่มมีการใช้เพื่อการสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอดีต จนมีการพัฒนารูปแบบน้ำมันหอมระเหยและกลิ่นให้มีหลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ทันกับยุคสมัย เลือกใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยให้ตรงกับความต้องการ จะสร้างความผ่อนคลายได้อย่างที่สุด                 การเลือกใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยให้ตรงกับความต้องการ จึงสามารถช่วยสร้างบรรยากาศและความรู้สึกผ่อนคลายได้มากทีเดียว -กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นนี้จะเลียนกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ จึงเหมือนคุณหลุดเข้าไปอยู่ในสวนดอกไม้แห่งทุ่งลาเวนเดอร์เลยทีเดียว จึงสร้างความผ่อนคลายสบายอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ทำให้การใช้ความคิดและทำกิจกรรมต่าง ๆ ของคุณในขณะนั้นเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและใจเย็น ลดความตึงเครียดได้ดีทีเดียว -กลิ่นมิ้นต์ กลิ่นนี้จะมีความรู้ให้ความเย็น ๆ เปรียบเสมือนการสร้างความเฟรช สดชื่นให้กับผู้สูดกลิ่นนี้เข้าไป หากสูดกลิ่นนี้แบบอ่อน ๆ จะทำให้มีความสดชื่น เปรียบการชาร์จพลังแห่งความสดชื่นเข้าสู่ตัวคุณ จึงทำให้เกิดความกระฉับกระเฉง มีความตื่นตัวเล็กน้อย เหมือนดอกไม้ที่ได้รับการบำรุงไม่เหี่ยวเฉานั่นเอง -กลิ่นดอกมะลิ จะมีกลิ่นอายของความเป็นไทยผสมผสานอยู่ในกลิ่นนี้ ทำให้ได้รับความรู้สึกที่อบอุ่นที่แฝงไปด้วยความอ่อนหวานคล้ายนิสัยดั้งเดิมของคนไทย จึงสามารถสร้างความสโลว์ไลฟ์ให้กับคุณได้บ้างในขณะรับกลิ่นนี้ -กลิ่นดอกโมก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่สร้างความเป็นไทย ชวนให้นึกถึงบ้านเรือนไทยและความเป็นไทยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแม้สถานที่นั้นจะเป็นบ้านแบบไหน สไตล์ไหนก็ตาม หากแต่ใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้แล้ว ก็สามารถสร้างบรรยากาศให้เหมือนหลุดเข้าไปในบ้านทรงไทยสมัยก่อนเลยทีเดียว เลือกใช้ให้ถูกกลิ่นสร้างความฟินได้ง่าย ๆ เลย                 การสร้างกลิ่นหอมต่าง ๆ จากน้ำมันหอมระเหยให้เข้ากับกิจกรรมนั้น […]

แบกเป้เที่ยวคนเดียวอย่างไรไม่ให้โดดเดี่ยวแต่ได้ความสนุกและความรู้ใหม่ ๆ

                เมื่อพูดถึงการสะพายเป้เที่ยวคนเดียวแล้ว หลายคนคงไม่ชอบเท่าไรกับการท่องเที่ยวสไตล์นี้ ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า การท่องเที่ยวสไตล์นี้จะเหมาะกับหนุ่มสาวชาวอินดี้ทั้งหลายที่ไม่ชอบทำอะไรตามใคร หรือนึกอยากจะทำอะไรก็ทำนั่นเอง แต่ความจริงแล้วการแบกเป้เที่ยวคนเดียวนี่แหละที่อาจทำให้เราได้มุมมองจากการท่องเที่ยวคนเดียวในแบบใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน และอาจทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมในแบบฉบับการเที่ยวแบบเปิดหูเปิดตาด้วยนะ สถานที่ที่เหมาะกับการแบกเป้เที่ยวคนเดียวไม่ต้องเหลียวหลังพะวงใคร                 จริง ๆ แล้ว เราสามารถไปเที่ยวคนเดียวในสถานที่ที่ไหนก็ได้ตามที่ใจเราปรารถนา แต่จะดีกว่าถ้าเราลิสต์และเลือกสถานที่ที่จะไปคนเดียวให้มีความกังวลกับปัจจัยภายนอกน้อยที่สุด เพราะการไปเที่ยวคนเดียวก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ จากอุบัติเหตุ อาการบาดเจ็บ หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันนั่นเอง -หมู่บ้านวัฒนธรรมกับการใช้ชีวิต ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านปิล๊อค หรือชุมชนเล็ก ๆ ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์แห่งการน่าค้นหาในการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไป เช่น อำเภอปาย อำเภอปัวในแถบภาคเหนือ เพราะการไปเที่ยวสไตล์นี้จะเป็นการไปเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวชุมชน ซึ่งแม้หากเราไปคนเดียวแต่ชาวชุมชนก็ยังคอยต้อนรับเราและคอยสอนวัฒนธรรมต่าง ๆ ของพวกเขาให้เราได้รับรู้ จึงทำให้เสมือนกับว่าคุณไม่ได้ไปท่องเที่ยวคนเดียวเลย อีกทั้งทำให้เราเปิดมุมมองและเปิดใจกับการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไปอีกด้วย -หลีกเลี่ยงการไปเมืองสังคมและแฟชั่น อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการไปเที่ยวคนเดียว อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นได้ ซึ่งการไปเที่ยวยังเมืองแห่งสีสันอาจเกิดการโจรกรรมหรืออุบัติเหตุจากการเดินทางได้ง่ายกว่าการใช้ชีวิตในเมืองเล็ก ๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริง ๆ เมื่อเราอยู่ตัวคนเดียวอาจทำให้เราจัดการกับสถานการณ์เหล่านั้นไม่ได้นั่นเอง -ควรไปยังสถานที่ไม่ไกลมากนักและไม่ควรไปหลายวันเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการขัดข้องในการติดต่อสื่อสารกับคนที่คุณรักซึ่งรอคุณอยู่ได้ เนื่องเป็นการไม่แน่ว่าหากสถานที่ที่คุณไปนั้นไกลเกินไป อาจเกิดอุบัติการณ์ทางภาวะธรรมชาติที่ไม่คาดฝันขึ้นมา ทำให้การติดต่อหรือการเดินทางกลับเป็นไปได้ยากนั่นเอง รู้เขารู้เรายังไงก็ไม่เสียเปรียบ ควรเรียนรู้ถึงสถานที่ที่คุณจะไปเที่ยวให้ได้มากที่สุดก่อนเดินทาง                 เมื่อคุณต้องเดินทางเพียงลำพัง […]

ลายมือไม่สวย แต่ถ้าทำสิ่งนี้จะช่วยให้ลายมือคุณดูดีขึ้นได้นะ

การเขียนด้วยลายมือนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้เข้ามาแทนที่ความล้าสมัย ทำให้การติดต่อประสานงานหรือการสื่อสารถึงกันเป็นไปอย่างง่ายดาย เพียงแค่สัมผัสด้วยปลายนิ้วหรือเสียงทางโทรศัพท์ การทำงานต่าง ๆ ก็ใช้การพิมพ์ตัวอักษรผ่านคอมพิวเตอร์และเพียงแค่สั่งพิมพ์ผ่านเครื่องปริ้นเท่านั้น จึงเห็นได้ว่าการใช้วิธีการเขียนด้วยลายมือจึงไม่เป็นที่นิยมกันแล้ว แต่ถึงอย่างไรการเขียนในชีวิตประจำวันของเราก็ยังมีอยู่ไม่ขาดหายไป หากแต่เมื่อไม่ได้มีการเขียนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ลายมือดูเพี้ยนไม่สวยเหมือนเดิม หรือหากคนที่มีลายมือไม่สวยอยู่แล้ว เมื่อไม่ได้ใช้วิธีการเขียนเป็นประจำก็จะยิ่งห่างจากการพัฒนาการเขียนด้วยลายมือด้วย เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้ลายมือเขียนของคุณดูดีขึ้นได้                 เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าลายมือเขียนของตัวเองอยู่ในระดับไหนบ้าง พอดูได้ หรือพออ่านออก หรืออาจจะแย่จนชนิดที่ว่าอ่านไม่ออกเลยทีเดียว ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่คนอื่นอ่านลายมือของคุณไม่ออก มีเพียงแค่คุณเท่านั้นที่อ่านลายมือเขียนของตัวเองออก ถ้าเป็นเช่นนี้คงไม่ดีแน่หากลายมือเขียนของคุณจำเป็นในการทำงานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเรามาดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นตัวช่วยให้ลายมือเขียนของคุณอ่านง่ายขึ้นกัน -เขียนให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้น หลายครั้งที่การอ่านไม่ออกเกิดจากลายมือเขียนขนาดตัวอักษรที่เล็กเกินไป จึงทำให้มีแต่คุณเท่านั้นที่เข้าใจตัวอักษรที่คุณสื่อออกมา ดังนั้นหากเราฝึกการเขียนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะเป็นตัวช่วยให้ลายมือเขียนของคุณอ่านได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายถึงให้เขียนขนาดตัวอักษรใหญ่จนเกินไป จนเหมือนที่เด็ก ๆ โดนเพื่อนล้อว่าเขียนหนังสือ “ตัวเท่าหม้อแกง” หรอกนะ -เขียนเว้นวรรคบ้าง ไม่ให้ตัวอักษรติดกันจนเกินไป มีคนจำนวนไม่น้อยที่เขียนด้วยความเร็วจึงทำให้ตัวอักษรติดกันเป็นแถบ อ่านไม่ออกว่าตัวอักษรไหนก็อะไร หางของตัวอักษรนั้นไปเป็นจุดเริ่มต้นของหัวของตัวอักษรอีกตัวหนึ่ง เป็นเช่นนี้ไม่ดีแน่ เพราะอย่าลืมกันนะว่านี่คือ “ภาษาไทย” ไม่ใช่ “ภาษาอังกฤษตัวเขียน” ดังนั้นจึงไม่ต้องเขียนติดกันขนาดนั้นนะ -ฝึกเขียนอย่างช้า ๆ ลองลดความเร็วของการเขียนหนังสือดูบ้าง เพราะการเขียนที่ทำให้คนอื่นอ่านไม่ออก ส่วนหนึ่งก็เป็นมาจากการเขียนด้วยความเร็ว ใจร้อน จึงทำให้เกิดการเขียนที่ไม่เป็นระเบียบ หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าการ […]

นั่งจิบกาแฟสไตล์ “Slow Life” ชีวิตสุดชิลที่คนยุคปัจจุบันใฝ่ฝัน

ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างมีแต่ความเร่งรีบ และการแข่งขัน เศรษฐกิจบ้านเมืองค่อนข้างไม่ดีสักเท่าไหร่ สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประชาชนคนธรรมดาทั่วไป ทำให้จำเป็นต้องมีความกระตือรือร้นและดีดตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อที่จะแข่งขันกับเวลาและคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนสามารถที่จะได้อยู่รอดในสังคมได้อย่างเป็นสุข เมื่อมีความคิดหรือวิถีชีวิตแง่ลบต่อสังคมแล้ว ย่อมมีความคิดและวิถีชีวิตที่ตรงข้ามกัน จึงทำให้เกิดเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตอีกรูปแบบที่เราเรียกกันว่า “Slow life” ซึ่งถูกพูดถึงให้เป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่คนใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุดในยุคปัจจุบัน การมีชีวิตแบบ “Slow Life” ช่วยให้คนรักกันมากขึ้นจริงเหรอ หากมองดูดี ๆ ความหมายของการใช้ชีวิตแบบ “Slow Life” นั้นคือ การที่เรารู้จักที่จะพึ่งพาตัวเอง ยืนหยัดด้วยตัวเอง และใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ ค่อย ๆ ก้าวไปอย่างช้า ๆ และมั่นคง เพื่อสร้างสมดุลในการเผชิญสิ่งต่าง ๆ ด้วยความผิดพลาดที่น้อยที่สุด ไม่ลุ่มหลงหรือต้องเร่งรีบไปกับกระแสของสังคม และไม่ต้องใช้ชีวิตแข่งขันกับใคร ซึ่งในตอนแรก ผู้คนยุคปัจจุบันที่เป็นคนเมือง หรือพนักงานออฟฟิศได้ฟังเรื่องนี้ อาจจะถอนหายใจเบือนหน้าหนี เพราะไม่ใช่วิถีชีวิตที่ใคร ๆ ก็สามารถมีได้ มันเหมาะสำหรับคนที่มีทุนในชีวิตมาก มีอิสรภาพทางการเงินอยู่แล้ว สามารถที่จะใช้ชีวิตกับไปความสุขสบายแบบนี้ได้ แต่จริง ๆ แล้วชีวิตแบบ slow life นั้น ทุกคนสามารถทำได้ และสามารถมีความสุขมากยิ่งขึ้นอีกด้วย […]