NYC to Thailand วัฒนธรรม Hip-Hop is coming!!!

                คงไม่มีใครไม่รู้จัก 2 รายการประกวดที่กำลังเป็นกระแสมาแรงมาในตอนนี้อย่าง The Rapper Thailand และ Show Me The Money Thailand แน่นอน รายการที่มีคนติดตามอยู่เป็นหลักล้าน แสดงให้เห็นว่าสไตล์ Hip-Hop นั้นไม่ได้อยู่แค่ใต้ดินอีกแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมียังคงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในบ้านเราอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวดนตรี เสื้อผ้าการแต่งตัว และ วัฒนธรรม Street ต่าง ๆ ที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศนิวยอร์ค

Hip-Hop ไม่ได้มีความหมายแค่การแต่งตัว แนวเพลง หรือกีฬาผาดโผนต่าง ๆ ที่เล่นกันตามท้องถนน แต่มันคือสไตล์และวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ในยุคแรก ๆ นั้น Hip-Hop เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่มักจะค่อยไม่สนับสนุน และไม่ชอบใจกันสักเท่าไหร่ เนื่องจาก Hip-Hop คือการแต่งตัวที่ไม่มีระเบียบ ลักษณะท่าทางการเดิน หรือแม้กระทั่งแนวดนตรีที่ใช้คำและเนื้อร้องที่รุนแรง และตรงไปตรงมา จึงทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกว่านี่คือความก้าวร้าว ไม่สมวัย และไม่ควรจะสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง วัฒนธรรมนี้จึงค่อย ๆ ถูกเบียดลงไปอยู่ในใต้ดิน จับกลุ่มกันเป็นกลุ่มก้อนเล็ก ๆ เท่านั้น

จนมีผู้บุกเบิกเกิดขึ้นมา และเปิดมุมมองอีกด้านหนึ่งของ Hip-Hop ให้กับทุกคนได้เห็นว่า มันไม่ได้แย่หรือมีอะไรเสื่อมเสียตรงไหน แค่ต้องการที่จะเป็นตัวเอง มีสไตล์เป็น Hip-Hop และมีความสุขกับสิ่งที่ทำเท่านั้นเอง และได้แสดงให้ดูถึงแนวเพลงที่แปลกใหม่และโดนใจวัยรุ่นหลาย ๆ คนในยุคนั้น เหล่าผู้คนที่บุกเบิกวงการ Hip-Hop ในยุคแรก ๆ นั้น คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พี่โจ้ โจอี้บอย หรือ วง Hip-Hop ตลอดกาลอย่างวง Thaitanium

สไตล์ Hip-Hop กับศาสตร์การแร็พที่ใช้คำพูดเป็นเครื่องมือสื่ออารมณ์

                นอกจากเรื่องวัฒนธรรมการแต่งตัว การเล่นกีฬา หรือแนวเพลงแบบ Hip-Hop แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการแร็พ ถือว่าเป็นอีกศาสตร์หนึ่งเลยที่ต้องการการฝึกให้ชำนาญ จนกว่าจะได้ออกมาเป็น Rhyme หรือเนื้อเพลงแร็พนั่นเอง ซึ่งการร้องแบบนี้คือการเรียบเรียงคำพูดออกมาคล้ายคลึงกับการแต่งกลอน แต่กลอนที่ร้องนั้นอยู่ภายใต้จังหวะ หรือ Beat ซึ่งให้อารมณ์ที่แตกต่างจากการฟังเพลงปกติ

การแร็พมีด้วยกันหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็นการแร็พเพื่อบอกสิ่งที่ตัวแองเชื่อ สิ่งที่ฝัน การแร็พบอกรักกัน การแร็พบอกความคิดของตัวเอง หรือแม้กระทั่งการแร็พเพื่อด่าว่าร้ายกัน ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ เพราะการแร็พไม่มีคำว่าพูดหรือผิด อยู่ที่ใครเลือกที่จะชอบฟังหรือไม่ชอบฟังเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยตอนนี้ มีแร็พเปอร์มากมาย ที่ทยอยขึ้นมาแสดงฝีมือและศักยภาพของพวกเขาให้เราได้ดูกันในสื่อต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้เราได้เห็นว่า วัฒนธรรม Hip-Hop เป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ หนึ่งงานอดิเรก หนึ่งแฟชั่น และหนึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข

อย่างไรก็ตาม ก็มีทั้งเสียงของคนที่เริ่มจะเปิดใจชอบ และคนที่ยังรับไม่ได้กับวัฒนธรรมนี้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราไม่สามารถบังคับให้ใครมาคิดเหมือนเราได้ แต่ถึงเราจะไม่ชอบอย่างไร ก็ไม่ควรจะทำลาย หรือว่าร้ายเขาในทางเสีย ๆ หาย ๆ เพราะ Hip-Hop เป็นแค่อีกหนึ่งสไตล์ทางเลือกที่ไม่ได้ทำร้ายใคร

พวกเขาทำสำเร็จ!! ขอเพียงอย่าหยุดพยายาม

                รายการ Rap is now เป็นอีกหนึ่งรายการใต้ดินที่ทำขึ้นมาเอง ภายในกลุ่มคนที่รักในสไตล์ Hip-Hop และชอบในการแร็พเป็นชีวิตจิตใจ เป็นรายการที่ให้ผู้เข้าแข่งขันสองคน ด่ากันโดยการใช้แร็พ และให้คนดูเป็นคนตัดสินว่าใครชนะ ซึ่งรายการนี้ได้ทำมานานมากแล้ว เคยได้มีโอกาสไปออกรายการบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ และทุกครั้งที่ไปออกรายการ จะพบแต่คำถามที่ว่า ทำแบบนี้เหนื่อยไหม ได้อะไรกลับมาบ้างจากการทำรายการพวกนี้ เพราะมันก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่คำตอบเดียวในทุกครั้งของพิธีกรรายการและผู้จัดรายการ Rap is now นั้นคือ ผมมีความสุขที่ได้ทำมัน เหมือนได้สานฝันตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ถึงแม้จะขาดทุนหรือไม่ได้อะไรแค่ไหน ก็ยังจะทำต่อไป และหวังว่าสักวันจะมีคนเห็นคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมที่เรียกว่า Hip-Hop เข้าสักวัน

คำตอบและความพยายามอย่างไม่ลดละของพวกเขาในวันนั้น ได้ส่งผลแล้วในวันนี้ วันที่ประเทศมีรายการเก่งแร็พถึงสองรายการ และเป็นกระแสมากทั้งในโลกโซเชียลและวงการดนตรีสมัยนี้ แสดงให้เห็นว่า ถ้าตั้งใจจะทำในสิ่งที่รักและมันไม่ได้เดือดร้อนใครจริง ๆ สักวันจะเป็นวันของเราเอง

 

Marie King

Related posts